เมื่อวันก่อนนั่งแต่งฟิคทางเอ็มกับ หมิง และ คุ่น ที่ร้านเกมส์

แล้วมีผู้ชายที่เล่นเกมส์คนนึงตะโกนออกมาด้วยความตกใจ(กับเกมส์DOT A ของตน)

ว่า...

..."เYดโป้!!!!!!!!!"

 

อย่า!! อย่าทำอะไรพี่โป้นะคะ!!!!!!

แม่จ้าววววว อุทานคำอื่นกันไม่เป็นรึไง!!

สมัยที่คำอุทาน "เจทโด้" ฮิตๆ ยังพอให้อภัยได้

แต่คำอุทานที่มาดร้ายต่อตูดพี่โป้แบบนี้อภัยไม่ได้ฮ๊า!!

 

 

ขอลงฟิคที่เราแต่งกับ คุ่น เลยแล้วกัน

ไม่รู้จะคิดชื่ออะไรดี เอาเป็นชื่อนี้แล้วกัน

คุ่น เป็น กวนอู เรา เป็น เตียวเลี้ยว หมิง เป็น คนอ่าน.....

ขอบอกก่อนว่าไอเดีย กวนอูซาดิสถ์ ตบจูบเลี้ยว แบบนี้ คุ่นเป็นคนคิดคร๊าบบบบบ!!

(ได้ข่าวว่าเราเป็นคนแรกที่จับกวนอูซาดิสถ์ จับเลี้ยวมัดและตบจูบก่อน ในโดจิน8หน้าอันแรกของหงสา...)

>>>นี่ไง<<<

 

Wish

Guan Yu X Zhang Liao

 

ในค่ายทหารทัพโจโฉ ทหารทุกคนกำลังเลี้ยงฉลองในชัยชนะที่สามารถโค่นล้มเทพนักรบลิโป้ได้สำเร็จ ต่างดื่มกินกันอย่างเมามาย สนุกสนานเฮฮากัน ทว่า ร่างหนึ่งที่มีผิวแดงฉาดยิ่งกว่าใครๆกลับดูไม่ยินดียินร้ายกับชัยชนะในหนนี้นัก กวนอูเพิ่งได้ยินเรื่องหนึ่งมาจากทหารยามที่ทำหน้าที่เฝ้าเชลยศึก ซึ่งเรื่องนั้นทำให้ใบหน้าของเขาต้องขมวดมุ่น แล้วพาร่างมายังที่คุมขังด้วยตนเอง

 

ทหารยามที่เฝ้าปากทางอยู่พอเห็นร่างคุ้นเคยเดินมาก็ปล่อยให้ผ่านไปได้โดยง่าย กวนอูเดินเข้าไปในนั้นแล้วก็พบกับบุรุษหนึ่งที่เขาต้องการพบ เตียวเลี้ยว... ในสภาพอิดโรย ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลและคราบไคลสกปรกเกรอะกรัง ซ้ำโดนมัดเอาไว้อย่างแน่นหนาจนเหมือนกับล่ามสัตว์ป่าเอาไว้มากกว่านายทหารเสียอีก

 

เตียวเลี้ยว ทหารเอกพ่ายทัพ เมื่อได้ยินเสียงของผู้มาเยือนก็เงยใบหน้าขึ้นมอง เมื่อพบว่าเป็นกวนอู นัยน์ตาสองข้างของเขาก็เบิกกว้างขึ้น แล้วสะบัดใบหน้าหนีไปราวกับคนผู้นี้เป้นสิ่งที่เขาไม่อยากจะมอง

 

หากแต่กิริยาที่เตียวเลี้ยวสะบัดหน้าหนี ยังน้อยกว่าแววตาที่เบือนไปทางอื่นของเขา ที่ฉายแววเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง

 

"ข้าไม่สวามิภักดิ์แน่ ต่อให้ท่านจะทรมานข้าสักแค่ไหน"

 

กวนอูถอดสายตาลงดูเตียวเลี้ยว

 

"...ข้าแค่ได้ยินมาว่าอดีตทหารทัพลิโป้ไม่ยอมกินข้าวกินน้ำ อุตส่าห์ได้บารมีพระเจ้าอาคุ้มกะลาหัวเอาไว้ แต่กลับจะมาอดข้าวตายหรอกรึ"

 

คำว่า อดีตทหาร ช่างทิ่มแทงจิตใจเตียวเลี้ยวนัก

 

"บารมีพระเจ้าอางั้นรึ!! เฮอะ!! คนมุสาอย่างพี่เจ้ายังจะกล่าวอ้างบารมีอะไรอีกเล่า!" เตียวเลี้ยวตะคอกใส่กวนอูอย่างไม่กลัวเกรง แม้ว่าในขณะนี้กวนอูจะกุมชีวิตเขาอยู่ก็ตาม

 

กวนอูนั้นไม่ตอบอะไร แต่สายตาที่มองลงมา ยิ่งทำให้เตียวเลี้ยวเจ็บปวดราวกับถูกทรมานก็ไม่ปาน

 

"น้องของสุนัขแซ่เล่าอย่างเจ้า ก็คงทำได้แค่กระดิกหางตามสุนัขใหญ่สินะ ข้า เตียวเลี้ยว จงรักภักดีต่อนายท่าน ไม่ยอมลดตัวไปรับใช้เสนียดราชวงศ์เช่นพี่เจ้าหรอก!!"

 

 ผัวะ!!!

 

ร่างของเตียวเลี้ยวที่เคยนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นถึงกับล้มลงไปกระแทกกับพื้นเมื่อฝ่ามือข้างนั้นฟาดลงมาที่แก้มขวาอย่างแรงจนเสียหลัก กวนอูยั้งกำลังเอาไว้เล็กน้อยเพราะถ้าหากเขาเอาจริง ไม่กรามก็แนวฟันของเชลยผู้นี้ก็คงจะหักออกมาเป็นส่วนๆแน่

 

ถึงกระนั้นร่างอ่อนแรงของเตียวเลี้ยวก็ล้มลงกับพื้นหินเย็นเยียบ

 

เลือดสีแดงไหลมาจากมุมปากที่แตกเป็นแผล

 

เตียวเลี้ยวนิ่งไปครู่หนึ่ง อาจจะเป็นเพราะแรงตบของกวนอูผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ หรืออาจจะเป็นแรงช็อคจากการกระทำของจอมเทศนาที่เขาเคยแอบชื่นชมผู้นี้...

 

...ใช่ เตียวเลี้ยวชื่นชมกวนอู ชื่นชมความแกล้วกล้าและคุณธรรมของเขา

 

และทุกครั้งที่เจอกัน กวนอูนั้น แม้จะเคยชกเตียวเลี้ยวมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เตียวเลี้ยวก็ยังไม่ชินกับการลงไม้ลงมือของเขาอยู่ดี... ...อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกก็เป็นได้...

 

ความรู้สึกที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศยามเขาทั้ง2พบกัน มันอบอุ่นและสงบอย่างประหลาด

 

แต่วันนี้...วันนี้บรรยากาศนั้นไม่มีอยู่แล้ว

 

..และเตียวเลี้ยวก็รู้ว่าเพราะอะไร...

 

"ข้า.." เตียวเลี้ยวพยายามขืนตัวลุกขึ้นนั่ง

 

"ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้าเด็ดขาด... นายท่านของข้ามีเพียงคนเดียวเท่านั้น... นั่นคือ...ท่านลิ..."

 

ผัวะ!!!

 

ไม่ทันขาดคำ ฝ่ามืออีกข้างก็ตบเปรี้ยงเข้าที่แก้มอีกข้างของเตียวเลี้ยวจนถึงกับทรุดลงไปกองกับแผ่นหินอีกครั้ง! เลือดไหลออกมาทางปากเล็กน้อยทำให้เตียวเลี้ยวสำลัก ร่างนั้นนอนหอบหายใจอย่างเจ็บแค้น โดยมีกวนอูจ้องถมึงทึง

 

"เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไร นายของเจ้าเป็นใคร เตียวเลี้ยว" น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบไม่ต่างจากแผ่นหิน ทั้งแข็งกร้าว ไร้ความอ่อนโยน

 

"ตอบข้ามา!! นายท่านของเจ้าเป็นใคร!!"

 

เตียวเลี้ยวหันใบหน้าบวมช้ำกลับมา สบสายตากวนอูอย่างเจ็บแค้น

 

"นายท่านของข้าคือ ลิโป้!!"

 

ผัวะ!!!

 

ใบหน้าของอดีตทหารเอกทัพลิโป้สะบัดกลับไปอีกครั้ง และครั้งนี้แรงตบทำเอาเขาไม่อาจฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นมาได้

 

"ข้าถามอีกครั้ง นายของเจ้าคือใคร!?!?"

 

"..." เตียวเลี้ยวได้แต่ก้มลงมองพื้นหินเย็นเฉียบที่มีเลือดไหลนองอยู่

 

ความเจ็บปวดและร่างกายที่เหนื่อยล้าเกือบจะทำให้เขายอมแพ้

 

ทว่า...ใบหน้าของลิโป้ นายของเขาก็ปรากฏขึ้นในความนึกคิด

 

เตียวเลี้ยวผินหน้ากลับมา แววตายังคงมีดวงไฟลุกโชน ดวงไฟแห่งความลุ่มหลงภักดี...

 

"นายท่านของข้า จากนี้ไปจนวันตาย คือ ท่านลิโป้ ผู้เดียวเท่านั้น!!"

 

โดยไม่สามารถขยับได้ เตียวเลี้ยวใช้เท้าเตะชามข้าวที่ทหารเฝ้ายามวางไว้ให้กระเด็นออกไป ข้าวต้มเปล่าที่อยู่ในชามกระเซ็นเลอะชุดสีเขียวซึ่งเป็นของขวัญจากเล่าปี่ของกวนอู

 

"ข้าไม่มีวันยอมสวามิภักดิ์แก่ท่าน รวมทั้งพี่ของท่านด้วย!!" "เจ้าคนดื้อด้าน!!" กวนอูขึ้นเสียงดังลั่นเหมือนอสุนีฟาด ความโกรธปะทุในร่างกายสุงใหญ่นั้นเหมือนภูเขาไฟ ใจหนึ่งก็โกรธที่เตียวเลี้ยวลบหลู่เล่าปี่ อีกใจก็โมโหในความโง่เง่า ลุ่มหลงอยู่แต่นายคนเดิมของเตียวเลี้ยว!!

 

กวนอูย่อกายลงแล้วกระชากเส้นผมของเตียวเลี้ยวให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ เตียวเลี้ยวร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บ แต่ด้วยโทสะนั้นทำให้กวนอูไม่ได้ยินอะไรอีกต่อไป เศษข้าวที่ร่วงหล่นอยู่กับพื้นถูกโกยขึ้น พร้อมทั้งถ้อยคำดุดันน่าเกรงกลัว

 

"ยังอยากเป็นของลิโป้อยู่อย่างงั้นรึ!? ยังจงรักภักดีต่อมันอยู่รึ? จนป่านนี้คำพูดภักดีของเจ้ามันจะมีความหมายอะไร!?!? ลิโป้ตายไปแล้ว! และผู้ที่ทำให้เจ้ายังมีชีวิตต่อไปอยู่ได้ก็คือโจโฉและท่านพี่ของข้า!!"

 

กวนอูจับคางของเตียวเลี้ยวและบีบแน่นจนอีกฝ่ายต้องอ้าปากก่อนจะยัดเศษข้าวกลั้วดินเหล่านั้นใส่ปากอีกฝ่ายไม่มียั้ง ร่างของเตียวเลี้ยวที่โดนมัดอยู่ดิ้นพราดๆพยายามสะบัดหน้าหนีแต่ด้วยแรงของกวนอูจึงไม่สามารถขัดขืนใดๆได้ กวนอูโกยเศษข้าว ก้อนแล้วก้อนเล่า ยัดเข้าปากเตียวเลี้ยวอย่างป่าเถื่อนครั้งแล้วครั้งเล่า ต่อเมื่อเตียวเลี้ยวสำลักและไอออกมาอย่างหนัก กวนอูจึงยอมปล่อยมือให้เตียวเลี้ยวหลุดออกไป

 

"ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ถ้านายของเจ้าคือลิโป้ เจ้าก็ไม่ต่างไปจากเชลยที่จะต้องถูกฆ่า แต่ถ้าไม่ใช่ เจ้าถึงจะได้กลับมาเป็นขุนพลอีกครั้ง!"

 

เตียวเลี้ยวยังคงสำลักจนร่างสะท้าน เขาคายเอาข้าวที่เปื้นเศษดินออกมาอย่างยากลำบาก จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองกวนอูที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยแววตาเช่นเดิม เพียงแต่ดวงตาสีดำที่มีน้ำตารื้นขึ้นคู่นั้นลดแววอาฆาตลงไป มันถูกเติมด้วยแววความเจ็บปวดแทน

 

"ข้า..." เตียวเลี้ยวเค้นเสียงผ่านลำคอที่ตีบตัน...ไม่ใช่ว่าเขาเจ็บปวดจากการกระทำของกวนอู ไม่ใช่ว่าเขาอ่อนล้าเสียจนยอมจำนน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาแหลกสลาย...คือคำพูดของกวนอูที่ว่า...ลิโป้ตายแล้ว...

 

น้ำหยดใสๆรินไหลลงมาจากดวงตาคู่นั้น ไหลลงมาข้างแก้มที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ หากแต่รอยช้ำนั้นยังไม่เท่าจิตใจที่ขาดวิ่นของเขา

 

"ข้า..." เตียวเลี้ยวกลืนเสียงสะอื้นให้กลับลงไปตามเดิม "ข้า...มีเพียงท่านลิโป้เท่านั้น...ท่านลิโป้คนเดียวเท่านั้น..."

 

เสียงของเตียวเลี้ยวที่กลั้นสะอื้นเอาไว้ไม่อาจรอดพ้นหูกวนอูไปได้ แม้จะเจือมาเพียงน้อยนิด... แต่น้ำตาที่หยดลงมาจากสองตาคู่นั้น มันก็ทำให้กวนอูรู้ ว่าเขากำลังทำร้ายเตียวเลี้ยว บีบคั้น ไล่ต้อนให้จนตรอกมากเพียงไร

 

เตียวเลี้ยวเจ็บปวดกับการตายของลิโป้มากแค่ไหน ทำไมเขาจะไม่รู้

 

แต่ถ้าหากเตียวเลี้ยวยังคงยึดติดอยู่แต่นายคนเก่าอย่างนี้ มีหรือที่โจโฉจะยอมเลี้ยงทหารศัตรูเอาไว้ข้างกายได้ เตียวเลี้ยวคงจะถูกฆ่า ไม่มีวันได้หายใจไปพร้อมกับเขาอีกต่อไป

 

ดังนั้น.... แม้จะเป็นวิธีที่ร้ายกาจสักแค่ไหน แม้จะทำให้เขาต้องกลายเป็นมารร้าย แต่กวนอูก็จะต้องทำให้เตียวเลี้ยว....มีชีวิตอยู่

 

เตียวเลี้ยวเอ๋ย........ เจ้าทำให้ข้าผู้ยึดมั่นคุณธรรมต้องยอมเป็นถึงเช่นนี้

 

กวนอูนิ่งมองร่างที่แผ่ราบอยู่บนพื้น เตียวเลี้ยวพยายามกลั้นน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ยอมหยุด มองกลับเขาเหมือนจะพยายามไม่แสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น... แต่ความอดกลั้นของเขาหาได้เป็นผลไม่..

 

กวนอูเอื้อมมือไปเช็ดทั้งน้ำตาและเลือดที่อาบอยู่บนแก้มแดงช้ำของเตียวเลี้ยว เตียวเลี้ยวขัดขืนเล็กน้อยด้วยการขยับหนีเท่าที่เชือกที่พันธนาการร่างเขาเอาไว้จะอนุญาต

 

เตียวเลี้ยวเอ๋ย...จะทำอย่างไรเจ้าถึงจะรับรู้ว่า ข้าอยากให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปมากแค่ไหน... ไม่ว่าจะในฐานะอะไร ไม่ว่าจะตกต่ำแค่ไหน...แต่ข้าก็อยากให้เจ้ารอด

 

ข้าเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำพูดของลิโป้ที่ว่า...ขอเพียงมีชีวิตอยู่ต่อไป เรื่องอื่นจะเป็นอย่างไรก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น... กวนอูสอดแขนไปใต้ร่างอ่อนแรงของเตียวเลี้ยว ประคองเขาขึ้นนั่ง เตียวเลี้ยวมิได้ขัดขืน

ได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาที่ยังคงรินไหลลงมาไม่สิ้นสุด

 

กวนอูมองใบหน้าของเตียวเลี้ยวครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆดึงร่างนั้นเข้ามาในวงแขน...

 

...ความอบอุ่นจากกายของกวนอู ทำให้น้ำตาของเตียวเลี้ยวเอ่อท้นขึ้นมาอีก ครั้งนี้เขาไม่อาจฝืนกลั้น สะอื้นออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้

 

หากมือคู่นี้มิได้ถูกพันธนาการอยู่ มันคงจะกอดตอบกวนอูไปแล้ว...

 

กวนอูมิได้เอ่ยคำใดอีก ปล่อยให้เตียวเลี้ยวร้องไห้ในวงแขนของเขา ท่ามกลางความหนาวเย็นของกำแพงคุกที่มืดสลัว มีเสียงร้องไห้ของเตียวเลี้ยว และความเจ็บปวดที่สุดจะทานทนล่องลอยอยู่ในบรรยากาศเศร้าสร้อย...

 

 

THE END

 

โฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กวนอูช่างรุนแรงนัก!!

ว่าแล้วก็แปะรูปโลดดดดด

โรคจิต ต้องใส่กรอบกะลายน้ำ...

อีกอันๆ~~

 

**************************************************************

 

ตามมาด้วยฟิคหวานๆ(รึเปล่า?) ของกวนอูxเตียวเลี้ยว ที่เราคิดจะเขียนนานแล้ว แต่เวลาเปิดคอมทีไรก็แต่ง ลิโป้Xเตียวเลี้ยว ก่อนทุกที...

 

 

You're stupid, so am I..

Guan Yu X Zhang Liao

ช่างน่าหงุดหงิดนัก...

 

"...ข้ามาเพื่อยิ้มเยาะเจ้า ที่ยอมเสียสละเพื่อผู้ไร้คุณธรรม..."

 

คำพูดที่ออกมาจากปากของเขา บุรุษที่จู่ๆก็โผล่มาที่เขาประจิม เข้ามาฟันทหารที่นอนจะเป็นจะตายอยู่รอบข้างเขา ไล่ทหารของโจโฉไปจนหมดสิ้น คำพูดแบบครูสอนหนังสือที่พูดเทศนาให้เด็กๆฟังแบบนี้...ช่างน่าหงุดหงิดนัก

 

ที่น่าหงุดหงิดหนักกว่านั้น ก็คือตัวเขาเองที่ต้องให้นักเทศน์ผู้นั้นช่วยชีวิต

 

และนักเทศน์น่ารำคาญผู้นั้นก็ยังทำเรื่องน่าหงุดหงิดหนักกว่าเดิมด้วยการเดินกลับมาหาเขาที่เจ็บหนักใกล้ตาย ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์ด่าไล่ไปได้ตั้งไกลแล้วแท้ๆ ไม่รู้จะเดินกลับมาเพื่อเทศน์หรือเพื่อเยาะเย้ยกันแน่

 

"กลับมาทำไมอีกล่ะ?" เตียวเลี้ยวขึ้นเสียงกร้าวใส่ผู้ช่วยชีวิต

 

"ข้าเห็นว่าลูกทัพที่กลับมาช่วยเจ้ามีจำนวนน้อยนิดนัก หากทหารทัพโจโฉยังคอยอยู่แถวนี้ กริ่งว่าจะฝ่าออกไปไม่รอด" กวนอูตอบเสียงราบเรียบ

 

"ความช่วยเหลือจากท่าน ข้าไม่ต้องการ แค่นี้ข้าก็รู้สึกอัปยศเกินทนแล้ว! รีบๆไสหัวกลับไปหาคนแซ่เล่าเลยนะ"

ทว่า กวนอูมิได้สนใจคำว่ากล่าวอย่างไร้มารยาทของเตียวเลี้ยว กลับเดินเข้ามาใกล้ๆ จากนั้นจึงหยุดยืนอยู่ข้างๆ กอดอก และกระชับดาบคู่ใจเสมือนทหารเฝ้ายาม

 

"ข้าบอกว่าข้าไม่ต้องการให้ท่านช่วย!!" เตียวเลี้ยวตวาดแว๊ด แต่กวนอูหาได้สนใจไม่ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดหนักข้อขึ้น

 

เตียวเลี้ยวฮึดฮัดอย่างโมโห ทหารที่กลับมาช่วยเขาเริ่มถอดเกราะเขาออกเพื่อจะใส่ยาให้ บาดแผลของเขาสาหัสไม่น้อย เพราะถูกแทงจนทะลุไปด้านหลัง

 

ระหว่างที่กำลังทำแผลอยู่นั้น นักเทศนาก็คุกเข่าลงด้านหลังเขา ดึงผ้าพันแผลจากมือพลทหารไปจัดการพันแผลให้เขาด้วยตนเอง

 

"ข้าบอกว่าข้าไม่ต้องการให้ท่านช่วย!!"

 

"เจ้าคนดื้อด้าน..." กวนอูกล่าวตอบ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย "...แล้วก็โง่เง่า..."

 

เตียวเลี้ยวฉุนจนแทบระเบิด มันเรื่องอะไรที่เขาต้องมาให้กวนอูที่เพิ่งกล่าวว่าร้ายนายท่านของเขาเมื่อครู่ มานั่งทำแผลให้แถมยังด่าเขาอีกแน่ะ!

 

"เจ้าน่ะ...บอกว่าจงรักภักดีต่ออมนุษย์ผู้นั้นไม่ใช่รึไง? ดังนั้น เจ้าต้องรอดกลับไปหาเขาให้ได้สิ ไม่ว่าจะต้องรับการช่วยเหลือจากใครก็ตาม"

 

เตียวเลี้ยวหัวเราะหึๆอย่างเย้อหยัน

 

"นี่ท่านผู้มีคุณธรรมสูงส่งกำลังจะสอนให้ข้ากระดิกหางขอความเห็นใจจากใครก็ได้เพื่อให้ตนเองอยู่รอดงั้นรึ? ช่างไม่สมกับเป็นท่านเลยนะ"

 

"ไม่สมกับเป็นข้างั้นรึ...."

 

กวนอูมองดูแผ่นหลังของเตียวเลี้ยวที่เขากำลังทำแผลให้ แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผล เลือด และคราบเหงื่อไคล เขาเคยพบชายผู้นี้มาก่อน...ครั้งนั้นเขาโกรธจนลมแทบออกทวารทั้ง9 เมื่อเตียวเลี้ยวทำให้เสื้อซึ่งเป็นของขวัญจากพี่ใหญ่ของเขาขาด เขาจึงชกเข้าให้ทีนึง...

 

ครานั้น เขาจึงตั้งแง่ไว้ในใจว่า ชายคนนี้ เตียวเลี้ยว คงจะเป็นคนมุสา คิดคด และเห็นแก่ตัว ไม่น่าคบเป็นที่สุด แต่วันนี้ เมื่อเขาเห็นเตียวเลี้ยวยอมเสียสละตนเองเพื่อให้ทหารซึ่งล้วนแต่มียศต่ำกว่าหนีรอดไป ภาพของเตียวเลี้ยวในใจเขาก็เปลี่ยนไป..."

 

นั่นสิ..." กวนอูกล่าวต่อ "อาจจะไม่สมกับเป็นข้าจริงๆก็ได้นะ..."

 

เตียวเลี้ยวเลิกคิ้ว เหลียวมามองเขาอย่างฉงน เมื่อเขาหันมาสบตากับกวนอู กวนอูก็แสดงสีหน้าที่เขาไม่คาดคิดว่าเขาจะหันมาพบ...

 

กวนอูแย้มยิ้มอ่อนโยนให้เขา มองดูเขาด้วยแววตาที่ทำให้เขารู้สึก...ปั่นป่วนหวั่นไหว...พลัน เตียวเลี้ยวก็รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว...

 

เตียวเลี้ยวรีบเบือนหน้ากลับมา ในใจรู้สึกปั่นป่วนจนไม่สามารถควบคุมได้ นี่เขาบ้าไปแล้วรึไงกันนี่?

 

กวนอูพันผ้าพันแผลให้เตียวเลี้ยวเสร็จพอดี เขาลุกขึ้น ปัดเศษดินออกจากเสื้อผ้า แล้วกลับไปยืนกอดอกตามเดิม

 

ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบ หากแต่เป็นความเงียบที่มิได้น่าอึดอัดหรือเงียบสงบแต่อย่างใด...กลับเป็นความเงียบที่ชวนให้รู้สึกหวั่นไหวและจั๊กจี้ในใจแปลกๆ

 

หลังจากเงียบกันอยู่ครู่หนึ่ง เตียวเลี้ยวที่ก้มมองถ้วยยาในมือไม่ยอมหันมาหากวนอูก็กล่าวขึ้นเบาๆเหมือนไม่ปรารถนาให้ใครอื่นได้ยิน...

 

"...ขอบคุณ..."

 

กวนอูหันกลับมา ยิ้มให้เขา

 

"เจอกันครั้งหน้า...เราคงเป็นศัตรูกัน ไม่สิ เราเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่แรกแล้วนี่" กวนอูกล่าวเสียงอ่อนโยน

 

...จู่ๆก็มาทำอ่อนโยนอะไรกันตอนนี้นะ...เตียวเลี้ยวรู้สึกหวั่นไหวมากขึ้น

 

"แต่ข้า..." กวนอูกล่าวต่อโดยไม่สนใจความปั่นป่วนที่กำลังเกิดขึ้นในใจเตียวเลี้ยว...และในใจของตนเอง... "ข้าคงไม่อาจหันดาบใส่เจ้าได้อย่างเต็มตัว..."

 

เตียวเลี้ยวเอียงคอ "ด้วยเหตุใดกันล่ะ? ข้าสิ ควรจะรู้สึกเช่นนั้น ก็ท่านเป็นคนช่วยชีวิตข้านี่"

 

กวนอูหันกลับไปยิ้มกับตนเอง "...ถึงได้บอกว่าเจ้ามันโง่เง่าไงล่ะ!!"

 

"ว่ายังไงนะ!!" เตียวเลี้ยวส่งเสียงอย่างโมโห

 

กวนอูเพียงแค่หัวเราะ ไม่กล่าวอะไรอีก แต่บรรยากาศช่างดีเสียเหลือเกิน ดีจนแม้แต่พลทหารรอบข้างยังอดอมยิ้มไปด้วยไม่ได้

 

THE END

 

อันนี้ไม่มีภาพประกอบ วาดไม่ทัน อิอิ

พยายามเขียนให้หวานหน่อยๆ แบบว่ามีคนรีเควสต์มาอ่ะ

แต่ตอนนี้เรายังเศร้ากับจุดจบของพี่โป้ไม่หาย...

...มันเลยไม่หวานอ่า...

 

**************************************************************

 

ขอพูดในฐานะ ซาลิงเตา หน่อยแล้วกันนะ...

...ว่าเราคงไม่ไปโพสต์ที่"นั่น"ซักระยะ

จิตตกเพราะคนที่นั่นอยู่น่ะ....

 

อีกเรื่องนึง...เราเขียนแท็คไปอย่างนี้คงมีคนค้นเจอเนอะ....

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เYดโป้!!!!!!!!!<<5555+ตั้งกล้องเร้ววว555+
เตียวเลี้ยวน่าสงสารอ้าา กวนอูก็รุนแรงป๊าาายTT[]TT

#1 By saya chan on 2009-05-09 17:59

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก ตามมาทันทีหลังได้รับเมสเสจค่ะ 5555555555 แหมม พี่อูเค้าก็ต้องเล่นไม้แข็งสลับไม้อ่อนอย่างนี้กันบ้าง ลูกผู้ชายบางเวลา...คุยด้วยกำปั้นมันถึงจะเข้าใจนี่เน้~~~~ แอร๊ย

พอมาเรื่องที่สองก็หวานเชียวค่ะ มีพันแผลให้กันด้วย เขินแทนนะเนี่ย~~~

ปล.เจ๊วาดรูปแล้ว =[]= ไอ้คุ่นยังงมกับแอนโธอยู่ค่ะ เหอๆๆๆ

#2 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2009-05-09 19:18