Bennoda fic : The truth be told ประเดิมฟิคแรก ไมค์เชส XD
posted on 14 Sep 2009 11:26 by nanny-b in Bennoda
เอ็นทรี่ที่แล้วเพิ่งประกาศตัวเป็นสาวก Bennoda ไป
ดังนั้นเราจะประเดิมเอ็นทรี่นี้ด้วยแฟนฟิคที่เพิ่งกลับไปนั่งเขียนมาเมื่อคืน หลังจากอ่านฟิคน่ารักๆของบล็อคนี้ไป
เรื่อง Love at first sight น่ารักดีอ่า... ><
**เผื่อใครที่ยังไม่รู้...Bennoda คือคำผสมของ Bennington นามสกุลของเชสเตอร์ และ Shinoda นามสกุลของเจ้าไมค์นี่เอง เป็นโค้ดที่ใช้กันในบรรดาแฟนคลับ MikeyChazy หรือ ChazyMikey ก็แล้วแต่**
เอาล่ะ แม้ไม่มีแฟนอาร์ตมาให้ดู เนื่องจาก Photoshop มันเกเร ไม่ยอมเปิดให้เรา
เศร้าชีวิต...
เราก็ขอแปะฟิค Bennoda เรื่องแรกที่จะอัพลงบล็อคให้ประชาชีเห็นความวายของข้าพเจ้า
(แต่ไม่ใช่เรื่องแรกที่เคยเขียน เพราะก่อนหน้านั้นเคยแต่งฟิคราว 100 กว่าหน้าของคู่นี้มาแล้ว...(แล้วเมิงพูดได้ไงว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยจิ้นคู่นี้วะ? แนนนี่???? O_o))
แปะโลด~~
The truth be told
หลังจากลำบากตรากตรำเขียนเพลงกันมาร่วม 8 ชั่วโมง คุณโปรดิวเซอร์ที่แสนจะใจดีปานพ่อพระก็เอ็นดูพวกเขาด้วยคำว่า ‘ไปแก้มาใหม่ทั้งหมดเลย! ไอ้พวกเด็กบ้า!’ พร้อมทั้งปาแผ่นกระดาษกว่า 50 แผ่นที่พวกเขาตั้งใจขีดเขียนขึ้นจนเมื่อยมือใส่หน้าไมค์ที่ทำใจกล้าเอาไปให้เขาที่นั่งอยู่ในห้องอัดเสียงของสตูดิโอที่พวกเขาลงชื่อเช่าเอาไว้ 3 เดือน แต่ตอนนี้เหลือเวลาแค่เดือนครึ่งพร้อมกับเพลงที่ต้องแก้อีกเต็มไปหมด ไมค์เดินร้องไห้กระซิกๆออกมาหาเพื่อนร่วมวง Linkin Park ที่เหลือซึ่งยืนตัวเกร็งอยู่ข้างนอกห้องอัด โดยไม่ต้องพูดอะไร พวกเขาก็รู้ได้ว่านรกของการเขียนเพลงของพวกเขายังไม่จบสิ้น...
ไมค์และพรรคพวกอีก 5 คนต้องกลับมานั่งหน้าจ๋อยหู่ในห้องกว้างที่มีเปียโน 1 ตัวและโซฟาตั้งอยู่ท่ามกลางลูกโป่งสีสันสวยงามบาดตาบาดใจจนน่ากระทืบให้แตกคาเท้า พยายามนั่งคิดทบทวนว่าเพลงที่พวกเขาเค้นสมองแต่งขึ้นเพื่อนำไปรวมกับอัลบั้มใหม่ที่ยังอัดกันไม่เสร็จซักทีนี่มันผิดพลาดตรงไหน พวกเขาว่าเพลงเหล่านี้มันโอเคแล้วนะ...ไม่สิ มันเพราะมากเลยล่ะ ไม่รู้จริงๆว่าดอนมองเห็นอะไรไม่ดีในตัวมัน หรือดอนจะมองเห็นอะไรไม่ดีในตัวพวกเขาวะ?
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงพร้อมความเงียบสงัดที่น่าสลดหดหู่ของเหล่าลิงกินผัก หนุ่มเชื้อสายอเมริกัน-เกาหลี โจ ฮาห์น ก็เกิดอาการตบะแตก ลุกขึ้นร้องตะโกนสุดเสียง ก่อนจะหงายหลังล้มลงกับพื้นด้วยความเก็บกด ส่งผลให้เพื่อนๆที่นั่งเหี่ยวอยู่รอบๆตกใจจนสติกระเจิดกระเจิง
"เป็นเชี่ยอะไรของมึง โจ กูยิ่งคิดท่อนริฟฟ์ไม่ออกอยู่!" แบรดส่งเสียงแสดงถึงความเป็นห่วงฉิบหายต่อเพื่อนเกาหลีหน้าบูดของเขา เขานั่งอยู่ติดลำโพงที่ต่อสายพ่วงกับกีต้าร์ไฟฟ้าบนตักเขา และเฮดโฟนที่สวมมานานเสียจนผมฟูฟ่องของเขาเสียทรงไปเรียบร้อย (ถ้าคุณจะเรียกรังนกนั่นว่าทรงผมน่ะนะ...)
"มันเป็นบ้า..." เชสเตอร์ หนึ่งในฟรอนท์แมนของวงให้ความเห็นอย่างเยือกเย็น เขาพยายามเขียนเนื้อเพลงที่ถูกปาทิ้งอย่างไม่ใยดีเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วอยู่กับไมค์ แรปเปอร์ของวงที่ตอนนี้จิตตกคิดอะไรไม่ออก และกลายเป็นว่าเชสต้องนั่งรีไรท์เพลงทั้งหมดคนเดียว
"ดอนโหดสุดยอดเลยนะ" ร็อบส่งเสียงทุ้มนุ่มของตนเองมาจากกลองชุดที่มุมห้อง เขายังคิดพาร์ทกลองไม่ได้จนกว่าจะได้เห็นภาพรวมของเพลง แต่วันนี้เขามาเอาใจช่วยเพื่อนๆที่เหลือเนื่องจากเห็นว่าเดดไลน์ทำพวกเขาใกล้เดดเข้าไปทุกที
"เขาแค่อยากให้อัลบั้มออกมาดีที่สุดเท่านั้นเอง..." เดฟ หรือ ฟีนิกซ์ มือเบสส์ของวงที่ตอนนี้มีสภาพหดหู่ไม่ต่างจากคนอื่นท้วงขึ้นจากพื้นข้างโซฟาที่เชสและไมค์นั่งอยู่
"กูบอกแล้วให้กูโปรดิวซ์เอง" โจที่นอนแผ่หราอยู่บนพื้นราวกับปลาขึ้นอืดว่า
"กูรู้ว่ามึงทำเป็นทุกอย่าง โจ" เชสประชด "เพลงนี้ท่อนนายมันแปลกๆไงไม่รู้อ่ะ ไมค์" เชสยื่นแผ่นกระดาษใส่หน้าไมค์ที่ซบหน้าลงกับพนักโซฟาตายไปเรียบร้อย
ไมค์รับเนื้อเพลงไปจดจ้องอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นคืนให้เชส "ไม่รู้อ่ะ ชั้นไม่มีอารมณ์แก้แล้ว นี่มันเดือนครึ่งแล้วนะ! เดือนครึ่งนะเว้ย เชส กับเวลา 20 ชั่วโมงต่อวันที่เรานั่งระเบิดสมองตัวเองกันอยู่กับเจ้าเนื้อเพลงเชี่ยพวกนี้! เกินทนแล้วว่ะ!"
เชสมองหน้าเพื่อนซี้ขี้เล่นที่ตอนนี้ไม่รู้สึกสนุกด้วยอีกแล้ว เขารับเนื้อเพลงมาแล้วโอบบ่าไมค์ บีบไหล่ให้เขาคลายเครียด
"เอาน่าๆ นายไม่ได้เป็นคนเดียวที่ทนอยู่นี่นา เราทุกคนช่วยกันอยู่นะ" เชสใช้มืออีกข้างหยิกแก้มยุ้ยๆของไมค์เบาๆ เขารู้ว่าวันนี้ไมค์คงไม่มีอารมณ์เขียนเพลงอีกแล้ว และเขาคงต้องรับภาระทั้งหมดไปก่อน ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเวลาที่เขาจิตตก ไมค์ก็จะทำอย่างเดียวกันกับที่เขาทำแน่นอน
ไมค์พยักหน้าอย่างตื้นตันในอก เขารู้ว่าเขาเชื่อใจและไว้ใจในตัวเชสได้ ไม่ว่าเมื่อไหร่...เชสมักจะทำให้เขาสบายใจได้เสมอ อาจจะเป็นเพราะเสียงนุ่มที่ไพเราะคล้ายเสียงดนตรี หรือจะเป็นเพราะความเป็นผู้ใหญ่ของเชสที่จะแสดงตัวออกมาถูกที่ถูกเวลาเสมอ ที่ทำให้ไมค์รู้สึกผ่อนคลายไร้กังวล
...และในบางครั้ง...ทำให้ไมค์รู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ...
มันเป็นเรื่องที่บ้ามากที่เขาหลีกเลี่ยงที่จะคิดถึงมาตลอด เขาปฎิเสธอะไรซักอย่างที่ก่อตัวขึ้นอยู่ภายในอกทุกครั้งที่เห็นใบหน้างดงามของเชส ทุกครั้งที่เชสเรียกชื่อเขา เขาแทบจะหยุดหายใจ สิ่งเหล่านี้ดำเนินมาตลอดตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาพบกัน และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจเลิกกับแอนนา...
เขาไม่เคยบอกใคร แม้กระทั่งเพื่อซี้ที่คบกันมาตั้งแต่ม.ต้นอย่างแบรด หรือแม้แต่มิสเตอร์ฮาห์นที่ดูเหมือนจะแอบรู้ความรู้สึกของเขาที่มีต่อเชส เขาไม่กล้า...ไม่กล้าแม้แต่จะคิด และอยากให้สิ่งเหล่านี้จมหายไปกับกาลเวลา เพราะทุกสิ่งที่เขามีในเวลานี้เป็นสิ่งที่สุดยอด สิ่งที่เขาไม่กล้าเรียกร้องหา ความเชื่อมั่นและเชื่อใจที่มีต่อทุกคนในวง ความสนิทสนมและสนุกสนานทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน...มันทำให้ไมค์ไม่กล้าที่จะเอื้อมมือไปหาเชส ไม่กล้าหยดหมึกลงไปในน้ำใสสะอาดที่เขามีอยู่เวลานี้...
แอบมองเชสที่กำลังตรวจสอบเนื้อเพลงในมืออีกครั้ง ใจของไมค์ยิ่งเต้นแรงขึ้น กลิ่นน้ำหอมที่กระทบจมูกไมค์แทบทำให้เขาละลายไปกับโซฟา เชสช่างงดงามเหลือเกินในสายตาของเขา งดงามและเปราะบาง ชวนให้เขาเอื้อมมือไปโอบกอด...
...เอ๊ะ...นี่เขากอดเชสอยู่นี่หว่า...
เมื่อสบสายตางงงวยของเชสที่อยู่ใกล้สายตาของเขานิดเดียว ไมค์ก็เพิ่งสำนึกได้ว่าความเพ้อฝันที่เขาจินตนาการอยู่เมื่อครู่ทำให้เขาลืมตัวกอดเชสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
ไมค์นิ่งอยู่ในเสี้ยววินาที สมองที่ทำงานเร็วปรู๊ดบอกเขาว่าหากเขากระเด้งตัวผงะถอยออกไปเวลานี้ มันต้องกลายเป็นพิรุจที่ตีตราส่งฟ้องได้เลยทันที แต่หากเขายังกอดเชสอยู่แบบนี้ ก็จะโดนเจ้าเพื่อนบ้าอีก 4 ตัวจับสังเกตได้แหงๆ ไม่เอานะ ถ้าเจ้า 4 คนนั้นมารู้ความลับของเขาล่ะก็! เขายอมตายดีกว่าจะให้เจ้าพวกนี้ล้อเลียนเขาไปตลอดเวลาที่ทัวร์คอนฯด้วยกัน แล้วนี่เขาควรจะทำยังไงดีล่ะ!!
ไมค์รู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงขึ้น...ตายล่ะ ถ้าไม่รีบทำอะไรซักอย่างตอนนี้เชสต้องรู้แน่ว่าเขาคิดยังไงกับตัวเอง พระจ้าววววว!! ผมควรจะทำยังไงดีเนี่ย!!
"ไมค์กี้ ไมค์กี้ ล้อเล่นแรงๆแบบนี้เชสซี่จะหัวใจวายเอานา..." เสียงทุ้มต่ำแบบไร้อารมณ์ของโจดังขึ้นมาจากพื้นที่เขายังคงนอนขึ้นอืดอยู่
ไมค์มีโอกาสผละออกจากเชสจนได้ เขาแกล้งหัวเราะด้วยเสียง ‘เกย์โรบอท’ แบบที่เขาเคยทำตอนไปออกรายการวิทยุเลิฟไลน์กับเชส รู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อเพื่อนๆหัวเราะตอบ เชสเองก็แค่ยิ้มๆ ดวงตาสีสวยใต้กรอบแว่นสายตาดูไม่ติดอกติดใจอะไร ไมค์จึงหยิบเนื้อเพลงมาอ่านแก้เก้อ ในใจขอบอกขอบใจโจไปเป็นสิบๆรอบ
"อ...เอ่อ...นายลองร้องเพลงนี้ในแบบเศร้าๆได้มะ แล้วก็เอาทำนองที่โจคิดมาใส่ไว้น่าจะดีเนอะ..." ไมค์มองเห็นจุดบอดและวิธีแก้ไขเพลงที่เขียนไว้แล้ว เขากล่าวกับเชสและกำลังจะพูดต่อ แต่เสียงของเขาก็ต้องชะงัก เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆจากมือเชสที่ประสานเข้ากับมือข้างที่ว่างอยู่ของเขา
ไมค์นิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะรับรู้ได้ว่ามือเชสที่ประสานมือเขาอยู่กำลังบอกอะไรมากกว่าแค่จับมือให้กำลังใจ เชสบีบมือเขาเบาๆและนุ่มนวล...ไมค์แทบหยุดหายใจขณะที่เขาหันไปหาเชสช้าๆ
เชสกำลังยิ้มให้เขา พระเจ้า รอยยิ้มนี่มันอะไรกัน ช่างหวานและงดงามเหลือเกิน เป็นไปได้หรือว่าเชสเองก็มีใจให้เขาเช่นกัน เป็นไปได้หรือว่าเชสเองก็รอให้เขาพูดคำ 3 คำนี้มาตลอด...
"ช...เชส..." ไมค์กระซิบเสียงสั่น ละสายตาไปจากดวงตาที่ส่งผ่านความรู้สึกลึกซึ้งของเชสไม่ได้เลย
"ไมค์...ชั้นมีเรื่องจะบอกนาย" เชสกระซิบกลับด้วยความดังที่พอจะไม่ให้ใครคนอื่นในห้องได้ยิน
ไมค์กลืนน้ำลายอย่างตื่นเต้น "วะ...ว่าไงล่ะ?"
"ชั้น...รักนาย..."
หัวใจของไมค์ลอยล่องไปเป็นที่เรียบร้อย หน้าแดงแปร๊ดจากเลือดที่สูบฉีดขึ้นอย่างกระทันหัน
เชสยังคงยิ้มให้เขา รอยยิ้มแสนหวานที่แทบจะทำให้เขาโผเขากอดเชสอีกครั้ง เขาจะทำอยู่แล้วล่ะ เมื่อเชสพูดต่อ
"ชั้นมีเรื่องจะบอกอีกเรื่องนึง ไมค์"
ไมค์พยักหน้าอย่างว่าง่าย รอฟังอะไรก็ตามที่เชสจะบอกต่อ ใบหน้ายังแดงไปถึงใบหูอยู่ และตาเขาก็เยิ้มไปด้วยความสุข
เชสยิ้มกว้างขึ้น โน้มตัวมากระซิบข้างหูไมค์ 3 คำ
"...ชั้นล้อเล่น..."
ใช้เวลาราว 3 วินาทีกว่าไมค์จะเข้าใจประโยคนี้...และเมื่อสติคืนมาแล้ว ไมค์ก็หน้าแดงยิ่งขึ้น แต่แดงด้วยความโกรธและอับอายสุดชีวิต...
เชสผุดลุกไปจากโซฟาแล้วพุ่งออกไปนอกห้องพร้อมเสียงหัวเราะสะใจ เมื่อไมค์คว้ากระดาษเขียนเนื้อเพลงขึ้นมาปาไล่หลังเขาด้วยความปรี๊ดแตก
"ไอ้เชี่ยเชส!!!!"
Fin
จบแล้ว เหอๆๆๆ~~
โดนเชสเล่นเข้าแล้วนะ ตาไมค์ 555+
ติชมกันเข้ามาได้นะเคอะ~~
แล้วเค้าจะมาอัพ Bennoda บ่อยๆนะเคอะ
แน่นอนว่ายังอัพวายหงสาอยู่นะคะ ไม่ได้ทิ้งนะคะ ยังเทิดทูนความเซะซี่ของพี่โป้ และความยั่วเมืองของน้องเลี้ยว อยู่นะเคอะ~~
>3<
ขาวายหงสาอย่าเพิ่งน้อยใจน่อ...แค่ช่วงนี้เจ๊ไม่มีเวลาแต่งฟิคหงสา (แล้วมีเวลาแต่งBennoda...อั๊ย! Bennodaมันแต่งง่ายอ่ะ!! แค่ครึ่งชม.ก็เสร็จแล้ว! ไม่ได้แก้ตัวนะ!)
แถมPhotoshopเสีย ไม่มีเวลายกไปซ่อม...เลยไม่ได้ลงสีภาพวายหงสาเลย...
คิดแล้วเศร้า...(เดินไปซบอกไมค์กี้และเชสซี่...)


น่าเสียดายที่พบไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น ถ้าคุณเจ้าของ blog วาย LP ตั้งแต่ตอนที่เรายังอิน LP อยู่ คงจะได้สนุกกันมิใช่น้อย
)
)
#1 By Pl@y-M@Te on 2009-09-14 13:21