Bennoda : The Secret Rings โดนจับได้ซะแล้ว!!
posted on 24 Sep 2009 08:41 by nanny-b in Bennodaเรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อมีเว็บแฟนไซต์หนึ่งของ Bennoda
ตั้งTopicเกี่ยวกับแหวนที่เจ้าไมค์และเฮียเชสใส่
ซึ่งมัน...เหมือนกันมากกกกกกกกกกก....
ไม่เชื่อไปดูหลักฐาน...
แหวนไมค์ ที่นิ้วนางข้างซ้าย
แหวนเชส ที่นิ้วนางข้างซ้ายเช่นกัน
ไม่ชัดใช่มั้ย?
จัดปายยยยยยยยยยยย
เหมือนกันเป๊ะ!!!!!!!!!!
![]()
![]()
ต๊ายตาย ทำอะไรให้มันมิดชิดกันหน่อยสิเคอะ!!
แถมเหล่าแฟนๆยังค้นข้อมูลแทบกระอัก ว่าแหวนทั้ง 2 วงนี้ไม่ใช่แหวนแต่งงานของ แอนนา ซาแมนธา หรือ ทาลินดา เสียด้วย
เพราะแหวนทั้ง 3 วงนั้นมีหน้าตาอีกแบบหนึ่ง (ขี้เกียจแปะรูป เดี๋ยวยาวไป)
แล้วยังสวมไว้นิ้วดีซะด้วย...นิ้วนางข้างซ้าย...
เมื่ออ่านหัวข้อนี้จบ เราก็คิดได้คำเดียวว่า...โดนเข้าแล้วสินะ!!!!!!
โดนจับได้แล้ว 5555555+
![]()
![]()
นั่นเป็นจุดกำเนิดของฟิคนี้...ไปอ่านกันเลย
Secret Rings
ในห้องที่แสนอบอุ่นและมืดสลัวจากฝีมือม่านผืนหนาที่กั้นลำแสงยามสายของพระอาทิตย์ออกไปจากโลกแห่งนิทราเสียจนหมดสิ้น ส่งผลให้หนุ่มครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่นที่นอนจมอยู่บนที่นอนหนานุ่มไม่อาจฝืนร่างกายขยับตัวลุกขึ้นได้ทั้งๆที่นาฬิกาปลุกส่งเสียงดังเสียจนเลิกพยายามไปตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว หนุ่มผู้นี้ก็ยังไม่มีทีท่าจะเผยอเปลือกตาขึ้นมารับรู้ความเป็นไปของโลกนี้เลย
เสียงประตูแง้มออกดังขึ้นเบาๆพร้อมกับแสงอันไม่เป็นที่พึงประสงค์ของหนุ่มเจ้าของห้องเล็ดรอดเข้ามาทำลายบรรยากาศแสนสุขของเขาทีละน้อยแต่ทรงพลังยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุกที่พ่ายแพ้ไปก่อนหน้านี้
ไมค์ขยับตัวพลิกหนีอะไรก็ตามที่เข้ามารบกวนความฝันแสนหวานของเขา ส่งเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ
ที่นอนข้างตัวไมค์ยุบลง บ่งบอกถึงการรุกคืบเข้ามาของศัตรูนิทราของเขา ไมค์รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆแตะข้างแก้ม เมื่อมีเสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู
“ถ้านายยังไม่ขยับก้นลุกขึ้นล่ะก็ ชั้นจะทับนายให้แบนซะยิ่งกว่าแผ่นสแครทช์ของโจซะอีก”
ไมค์แอบยิ้มน้อยๆที่มุมปาก เมื่อจำได้ว่าเสียงที่ปลุกเขาจากการนิทราอันน่าภิรมย์คือใคร เขาแกล้งไม่ขยับตัวต่อไปเพื่อท้าให้ผู้มาเยือนทำอย่างที่ขู่ แล้วเขาก็ทำจริงๆ เชสเตอร์กระโดดทับไมค์อย่างแรงจนเขาร้องดังแอ้ก คล้ายๆเสียงกบโดนทับ
ไมค์ลุกขึ้น คว้าหมอนได้ก็โจนเข้าทับเจ้าเพื่อนจอมยุ่ง ทั้ง 2 คนต่อสู้กันพลางหัวเราะพลางเหมือนเด็กๆ กระทั่งที่นอนกระจุยเป็นพายุพัด และทั้งคู่หัวเราะจนไม่อาจขยับได้จึงเลิกแล้วต่อกัน ทิ้งตัวลงนอนข้างๆกันพลางพยายามบังคับให้ตัวเองเลิกขำจนตัวโยนเสียที
“ไปล้างหน้าแปรงฟันไป๊! เน่าแล้วเนี่ย!” เชสออกปากไล่เพื่อนเมื่อหยุดหัวเราะได้แล้ว
ไมค์ทำตามที่เพื่อนว่า เขาลุกจากเตียง คว้าผ้าเช็ดตัวที่ตกอยู่ที่พื้นแล้วตรงเข้าห้องน้ำ จัดการล้างหน้าแปรงฟันใส่คอนแทคแล้วจัดทรงผมให้เรียบร้อย
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนราวกับความฝัน...เมื่อเชสโทรมาหาเขากลางดึก บอกเขาว่าตนเองเลิกกับภรรยาเรียบร้อยแล้ว และนี่เป็นคืนแรกที่เขาต้องนอนคนเดียว...
ไมค์ไม่อาจปลอบใจใดๆเพื่อนร่วมวงได้ เขาเพียงแต่คุยไปเรื่อยๆ ฟังสิ่งที่เชสโต้ตอบกลับมาซึ่งน้อยมาก สัมผัสได้ถึงความเหงาที่เกาะกุมน้ำเสียงราบเรียบเป็นปกติของเชสแล้วทำให้ไมค์รู้สึกสะท้านในใจเงียบๆ เชสไม่เคยเผยให้เขาเห็นความอ่อนแอในตัวเขามากขนาดนี้มาก่อน และนั่นทำให้ไมค์สาปแช่งตนเองที่ไม่สามารถขับรถไปหาเพื่อนได้ในทันที เขามีงานตัดต่อเสียงที่ค้างอยู่ตั้งแต่เดือนที่แล้วที่ต้องจัดการ
ไมค์มองสบตาชายหนุ่มที่จ้องกลับมาจากในกระจกแล้วก็ถอนหายใจ...หากว่าเขาโยนงานเหล่านี้ทิ้งแล้วขับรถไปหาเชสล่ะก็...
ไมค์เสนอจะออกมาข้างนอกกับเชสวันนี้ โดยไม่มีจุดมุ่งหมายใดเป็นพิเศษ เชสก็รับคำโดยไม่ได้คิดอะไรเช่นกัน เขาทั้ง 2 รู้ดีว่าเพียงแค่นั่งอยู่ข้างๆกัน เพียงแค่เดินไปด้วยกัน แค่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ความเหงาที่ก่อตัวในใจเชสจะต้องหายไปได้อย่างแน่นอน
ไมค์ออกมาจากห้องน้ำเมื่อทรงผมดูดีแล้ว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่ปรากฎว่ามันดับสนิทจากการใช้งานเมื่อคืนนี้ เขาไม่รู้ว่าเขาและเชสพูดคุยกันนานแค่ไหน และไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นฝ่ายหลับก่อนกัน แต่ก็เดาได้ว่ามือถือมันคงจะโทรต่อไปแม้ทั้ง 2 ฝั่งจะสลบเรียบร้อย มันถึงได้นอนแบตหมดเน่าตายอยู่แบบนี้
ทั้ง 2 ออกจากบ้านเมื่อนาฬิกาข้อมือไมค์บอกเวลา 11 โมงเข้าไปแล้ว เมื่อตัดสินใจว่าจะเดินไปทั้งคู่ก็ออกเดินไปยังทิศทางที่พาไปย่านร้านอาหารก่อนเลย
หลังจากใช้เวลาฟาดเบอร์เกอร์หมดไปคนละชิ้นยักษ์และเฟรนช์ฟรายส์กับหอมทอดอีก 2 ตระกร้า ทั้งคู่ก็ออกมาเดินเล่นที่ศูนย์การค้าที่คนไม่ค่อยเยอะนักด้วยว่าเป็นเช้าวันอังคาร แต่ถึงคนจะน้อยยังไงก็ต้องมีใครจำพวกเขาได้แล้วเข้ามาทักทายตลอดทาง
หลังจากลองเสื้อผ้าจนพอใจและยืนฟังเพลงในร้านเทปจนหมดอัลบั้ม เชสก็ชวนไมค์เข้าร้านจิวเวลลี่ร้านหนึ่งเพื่อหาต่างหูใช้ใส่ไปงานประกาศรางวัล
ไมค์ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเชสต้องซื้อต่างหูเฉพาะกิจสำหรับงานประกาศรางวัลที่จะถึงนี้ด้วย แต่ก็ไม่อยากขัดใจ เขาคิดว่าตอนนี้ให้เชสทำอะไรตามอารมณ์ไปก่อนน่าจะดีกว่า เผื่อว่าอาการจิตตกของเขาจะดีขึ้น
เดินไปรอบๆร้านจนเกือบครบรอบ ไมค์ก็มาสะดุดตากับแหวนเพชรวงหนึ่ง เป็นแหวนทองคำขาวที่มีเพชรประดับอยู่รอบๆเป็นแถวสวยงามราวกับดวงดาวที่เรียงตัวกับที่ทางช้างเผือก เขาเรียกพนักงานให้หยิบแหวนวงนั้นออกมาเพื่อจะได้พินิจมันใกล้ๆ มันสวยจริงๆ ยิ่งอยู่ในแสงไฟยิ่งสวยงามขึ้นอีก
เชสเดินเข้ามายืนข้างๆเขา
“จะซื้อให้ใครไม่ทราบ?” เชสหยอก เขารู้ว่าไมค์ไม่มีใครให้ซื้อแหวนให้หรอก ก็ไมค์เลิกกับแอนนามาระยะนึงแล้วนี่
ไมค์พินิจแหวนวงนั้นอีกครั้ง...น่าแปลกนักที่ตอนนี้ในสมองของเขามีแต่ภาพแหวนวงนี้บนนิ้วมือข้างซ้ายของชายที่ยืนอยู่ข้างๆเขา มันคงจะส่องประกายระยับเคียงข้างรอยสักที่นิ้วนางของเชส และ...โอ...คงสวยงามมากหากทุกครั้งที่เชสคว้าไมโครโฟนหรือยกมือขึ้นจรดบุหรี่ที่ริมฝีปากจะมีแหวนวงนี้ส่องประกายล้อสายตาผู้มองเห็น
ไมค์หันมาหาเชส ยื่นมือออกมาขอมือเขา เชสส่งให้อย่างไม่คิดอะไร
ไมค์บรรจงหยิบแหวนวงนั้นไปจรดไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเชส หยุดมือเอาไว้และสังเกตเห็นว่าแหวนแต่งงานของเขาไม่อยู่ในที่ที่มันเคยอยู่เสียแล้ว มือขาวๆของเชสช่างดูไม่เหมาะกับความว่างเปล่าเอาเสียเลย
“ไมค์...” เชสส่งเสียงกระซิบเรียกชื่อเขา เมื่อเขาช้อนตาขึ้นมองเชส ในใจก็เต้นระทึกขึ้นมา...ใบหน้าของเชสที่มีสีแดงระเรื่อที่พวงแก้ม หลบสายตาอย่างลำบากใจ แต่สิ่งที่ซ่อนไม่มิดคือความลุ้นระทึกที่ส่งผ่านมาทางกิริยาท่าทางที่ดูขัดๆเขินๆอย่างที่ไมค์ไม่เคยเห็นมาก่อน...
ปฏิกิริยาของเชสทำให้ไมค์ตัดสินใจ...เขาอยากครอบครองนิ้วนางข้างซ้ายของมือที่เขากำลังกุมอยู่นี้...
ไมค์สวมแหวนวงนั้นให้เชสอย่างแผ่วเบา เชสมองแหวนวงนั้นด้วยความตกตะลึงและคาดไม่ถึง ไมค์ลูบมือข้างนั้นเบาๆ กะแล้ว...ว่ามันต้องเหมาะกับเชส...
ไมค์ไม่ให้โอกาสเชสถาม เขาหันไปหาพนักงานแล้วบอกตกลงรับแหวนวงนี้พลางควักกระเป๋าเตรียมจ่ายเงิน
เชสยกแหวนวงนั้นขึ้นส่องดูครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาหาพนักงานที่กำลังรับบัตรเครดิตไปจากมือไมค์
“ขอแบบนี้อีกวงนึงครับ” เชสบอกพนักงาน ไมค์หันมามองเขา แต่เขาทำเป็นไม่สนใจ
เมื่อพนักงานหยิบแหวนดีไซน์เดียวกันมาให้ เชสก็รับมาแล้วยื่นบัตรเครดิตให้พนังานรับไปรูดที่เคาท์เตอร์ หยิบแหวนวงนั้นออกมาจากกล่อง เชสยื่นมือมาหาไมค์ ไมค์นิ่งดูท่าที
“เอามือมา ไมค์กี้ หรือว่านายจะให้ชั้นสวมแหวนหมั้นนี่คนเดียวหรือไง?”
ไมค์ถูมือซ้ายกับตะเข็บกางเกงอย่างขัดเขิน ก่อนจะยื่นมือให้เชสในที่สุด เชสสวมแหวนวงนั้นให้ไมค์ที่นิ้วนางข้างซ้าย ไม่ช้าและเบาเหมือนไมค์หรอก สวมเข้าไปแล้วก็เขย่ามือไมค์ทีนึง ยังกะเพื่อนสวมให้กันเล่นๆ ไมค์รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เชสไม่ได้ให้ความสำคัญกับแหวนนี้เท่าเขา
เมื่อออกจากร้านจิวเวลลี่มา เชสก็ยกแหวนขึ้นส่องกับแสงอาทิตย์
“สวยนะเนี่ย” เชสว่า
“นายชอบก็ดี” ไมค์กล่าว “ชั้นตั้งใจเลือกให้นาย”
เชสหันมามองหน้าไมค์ ก่อนจะหลุดขำเล็กน้อย “ตกลงนี่เป็นแหวนหมั้นจริงๆสินะ?”
“เปล่า” ไมค์ปฏิเสธ รู้สึกพอใจที่เห็นปฎิกิริยาเหมือนผิดหวังของเพื่อน ไมค์ขยับเข้าไปใกล้จนแทบชิดกับเชสเตอร์ สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นที่ส่งผ่านมาทางเสียงหัวใจของเพื่อนที่เต้นระทึกขึ้น ไมค์กระซิบข้างหูเชส “นี่เป็นแหวนแต่งงานต่างหาก...”
เชสได้ฟังแล้วก็หลุดเสียงหัวเราะอย่างขบขันและปลาบปลื้มระคนกัน ไมค์หลบหน้าเชสแล้วเดินออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เชสเห็นใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความขวยเขินและรอยยิ้มกว้างจากความดีใจจนหุบไม่ลงของเขา
จากวันนั้นเป็นต้นมา แหวนคู่นี้ถือเป็นแหวนแห่งความลับของเขาเพียงสองคน...
Fin
จบแว้ววววววววววววววววววววววววววววววววว
ลาไปก่อนโดนแฟน LP กระทืบดีกว่า
5555+


สรุปว่ามันใช่สินะคะ หึหึหึ

#1 By Pl@y-M@Te on 2009-09-24 10:08